งานกิฟที่ศิลปากร กับ ร็อคเกอร์ศรีราชา by:โย้ว
เนื่องด้วยงานกิ๊ฟศิลปากรมาเยือน ไอ้จะให้ตัวผมไม่ไปเยือนมันก็กระไรอยู่
ผมเป็นเด็กเก่าศิลปากรเหรอ เปล่าเลยผมไม่เคยเรียนที่นั่นสะด้วยซ้ำ
เพียงแต่สถาบันแห่งนี้มันมีอะไรบางอย่าง ที่มันลี้ลับมากสะจนตัวผมหลงไหล
ความชัดเจนในสิ่งที่ชาวศิลปากรเป็น มีให้เห็นมากมายนับต่อนับ
ศรีราชาร๊อคเก้อ ก็เป็นอีกหนึ่งความชัดเจนที่มีจุดยืนมั่นคงและไม่ล้มลงตามกระแสสังคม...
บังเอิญว่าปีนี้ผมบอกตัวเองว่า ผมจะไปงานศิลปากรแค่เพื่อนให้รู้ว่า เออปีนี้ผมไปมานะ
ไม่ได้ตั้งใจจะไปสูดดมกลิ่นไอแห่งความขลังหรอก ในจังหวะที่จะกลับบ้าน
บังเอิญเป็นเวลาเดียวกับวงของคนรู้จัก นามศรีราชาร๊อคเก้อกำลังจะขึ้นโชว์
ไอ้จะให้ผมเดินกลับมันก็ดูจะแล้งน้ำใจกับมิตาสหายใจดี
บวกกับมีกล้อง40ดีอยู่ที่คอ ก็เลยขอสะหน่อยก็แล้วกัน
ผมเลือกที่จะเดินไปหามุมเก็บภาพ และก็ได้เลือกที่จะนั่งลงตรงขอบเวทีโชว์
ผมอยู่ติดขอบชนิดที่ว่ากีต้าเบส สามารถฟาดหัวผมได้ชนิดที่ไม่ต้องเอื้อมเลยทีเดียวเชียว
ในจังหวะที่ผมเริ่มเก็บภาพ ผมเริ่มสังเกตุเห็นความเงียบงันของคนดูเข้ามาแทนที่
คนดูรุ่นใหม่ หน้าตาใสราวกับเด็กสยาม อาจจะเข้าไม่ถึงเนื้องานในบทเพลง(ผมก็ไม่ถึงหรอก)
หรืออาจเพราะเพลงไม่โดด หรืออาจเพราะวงยังไม่ดังกันแน่นี่
จึงทำให้งานโชว์ครั้งนี้ เปรียบได้กับสนามนั่งเล่นที่คนมานั่งพูดนั่งคุย
ผมว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่นักดนตรีต้องการเป็นแน่แท้
ผมเองก็อยากรู้ว่าความย่ำแย่แบบนี้ นักดนตรีจะมีวิธีแก้กันได้ยังไง
เพลง1ก็แล้ว เพลง2ก็แล้ว เพลง3ก็แล้ว
ความเปลี่ยนแปลงยังคงไม่เกิดขึ้น
สภาพลานโชว์ยังคงเป็นสนามนั่งเล่นที่คนดูหันหน้าพูดคุยกันเอง
อาจมีพวกพันแท้ธ์ที่ร้องเพลงตามได้บ้าง แต่ก็น้อยกว่าที่ควรจะเป็นในสายตาของผม
จนกระทั่งช่วงกลางเพลง4 อยู่ดีดีก็มีกลุ่มคนไม่ใหญ่กลุ่มหนึ่ง
เดินต่อแถวกันมาหยุดยืนที่หน้าเวทีมาด้วยท่าทางคล้ายกับวิ่งจ๊อกกิ้งในรูปแบบการเดิน
ก้าวสั้นบ้างยาวบ้างย่องบ้างตามถนัดของจังหวะดนตรี
"ขอบคุณหน้าม้าด้วยครับ" เสียงนักดนตรีพูดใส่ออกไมค์
และหลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ ก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาด
ที่บิ้วให้คนทั้งลานกว้าง ลุกขึ้นเต้นพร้อมกันอย่างเมามันแบบมีอิสระเสรี
3เพลงแรกเป็นยังไง3เพลงสุดท้ายตรงกันข้ามชนิดที่ว่าสุดขอบฟ้าใส
ความสนุกสนานปนรอยยิ้ม เสียงโห่ร้องเพลงร้องตาม
การเล่นกันระหว่างนักร้องและคนดู เป็นจุดจบที่สมบูรณ์แบบในแบบฉบับของงานดนตรี
สำหรับผมช่างภาพผู้อยู่ติดชิดขอบเวที อยู่ชิดกลุ่มคนดนตรี และก็กลุ่มหน้าม้าหน้าเวที
ผมอยากบอกว่าผมขนลุกจนน้ำตาจะไหลจริงในสิ่งที่ผมเห็นใกล้ๆ
ผมกลับไม่รู้สึกเลย ว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นเรียกว่าหน้าม้า
ผมมองเห็นใบหน้าพวกเขาระหว่างย่างก้าวเข้าเวที
หน้าม้าไม่หน้าตาแบบนี้แน่ๆ
หากแต่มันเป็นใบหน้าของเพื่อนมากกว่า
เพื่อนที่ยิ้มให้เพื่อน เพื่อนที่กำลังบอกเพื่อนบนเวที ว่าพวกมึงยังมี "พวกกู" อยู่เป็นกำลังใจ
ใครไม่เต้นกูเต้นให้ ใครไม่ร้องตามกูร้องให้ ใครไม่ยืนเดี๋ยวกูบิ้วให้
สิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาแสดงออกมาคือสิ่งที่พวกเขาทำให้กันมาตั้งแต่แรกรู้จักจนถึงปัจจุบัน
ไม่เคยเปลี่ยน ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสผ่านไปเยือนมหาวิทยาลัยศิลปากร
"ศิลปากรเจ๋งที่สุด"
คำพูดสุดท้ายของนักร้องก่อนเดินลงจากเวที
จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่เขาว่าน่ะแหละ แม้จะจริงไม่ทั้งหมดหรอก...
...แต่มันก็จริงอยู่ดี
เรื่องราวเมื่อวันที่24-05-51
เขียนวันที่27-05-51
เทพนิยายนายนิทาน
*** ขอบคุณโย้ว สำหรับนิทานสุดซึ้ง กับภาพถ่ายสุดสวย ***
สำหรับชาวเชียงใหม่ เจอกัน .....................
X'MAS DUB GA-PI MEET SRIRAJAH ROCKERS FEAT...WINDY CITY @ CHAI BULE HOUSE"""""
24 DEC 09 """"
อันเนี้ย สุดๆ.....แต่ไม่รู้จะมีคนไปกันมั้ย แต่ ผมมั่นใจอันนี้สุด ใครมีโอกาส แล้วชอบ แบบนี้ด้วย ก็ไปแถอะ คับ....โฮกาส ที่ดีไม่ได้มีบ่อยJAHHHHH....